SEM และ SEO เลือกใช้แบบไหนดี?

Posted on 25 สิงหาคม 2565 by R.POJ
Web Design 1,316
SEM และ SEO เลือกใช้แบบไหนดี?

เป็นที่ทราบกันดีว่า การโฆษณาคือสิ่งจำเป็นของทุกธุรกิจ เพราะการโฆษณาคือการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แต่สิ่งที่ต้องคำนึงในการโฆษณาทุกครั้งคือ การเลือกใช้รูปแบบโฆษณาที่เหมาะสม เพราะถ้าเลือกผิด ก็ไม่ต่างอะไรกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ในทางเทคนิคการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ หรือ Integrated Marketing Communication (IMC) ก่อนที่จะมีทำการตัดสินใจโฆษณา หรือ ประชาสัมพันธ์ จะต้องมีการ ระบุถึงเป้าหมาย, งบประมาณ, ระยะเวลา, กลุ่มเป้าหมายที่จะรับสื่อ และ การเลือกสื่อ ที่จะใช้ในการส่งสาร เพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ

สำหรับการทำตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะในประเทศไทย รูปแบบที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่คือ การทำ SEO, SEM และ SMM ซึ่งแต่ละรูปแบบ จะแตกต่างกัน ทั้งในเรื่องของระยะเวลา, เงินทุน และประสิทธิภาพ โดยในบทความนี้จะทำการเปรียบเทียบ เฉพาะรูปแบบของ SEO กับ SEM เท่านั้น

SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การทำให้เว็บไซต์เข้ากันได้กับเงื่อนไข หรือกฏ ของ Search Engine ซึ่งเป็นเครื่องมือค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะ Google เนื่องจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยนิยมใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลมากกว่า 90%

การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์เป็นมิตรกับ Search Engine คือการสร้างโอกาสในการติดอันดับที่ดี โดยเป้าหมายส่วนใหญ่จะอยู่ที่หน้าแรก ข้อดีของการทำ SEO คือ สามารถทำให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกได้แบบฟรีๆ ข้อเสียคือต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับจำนวนคู่แข่งขัน และ ความสามารถในการปรับแต่งเว็บไซต์

สำหรับ SEM หรือ Search Engine Marketing  คือการทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก แบบด่วนทันใจ ตาม Keywords ที่ต้องการ ภายใน 15-20 นาที แต่การโฆษณาแบบ SEM จะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะเป็นการจ่ายแบบรายคลิก หรือ Pay Per Click  หมายความว่า คุณจะจ่ายค่าโฆษณาก็ต่อเมื่อมีผู้ชมคลิกโฆษณานั้น

การตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ SEM หรือ SEO ต้องพิจารณาจากงบประมาณเป็นหลัก เพราะถ้างบประมาณมีมาก ก็สามารถเลือกใช้ได้ทั้บ SEM และ SEO เพื่อผลตอบรับที่มากขึ้น แต่ถ้างบประมาณน้อยกเลือกเฉพาะที่จำเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้างบประมาณไม่มีเลยก็คงต้องใช้ SEO เป็นหลัก

การทำ SEO มีอยู่ 2 ช่องทางคือ
1. ทำเอง ซึ่งเว็บไซต์ที่ใช้งานจะต้องมีเครื่องมือให้ เช่น การใส่ Meta Tag , การทำลิงค์ภายใน และ มีความรู้เกี่ยวกับการทำ SEO
2. จ้างมืออาชีพทำ ซึ่งในส่วนของการจ้างให้ผู้อื่นทำ SEO ให้ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับความยาก-ง่าย และ อัตราการแข่งขั้นของ Keywords ที่ใช้
    ข้อดีคือ
    1. มีการรับประกัน ว่า Keywords จะต้องติดอันดับตามที่กำหนด
    2. ค่าใช้จ่ายในระยะยาว จะถูกกว่าการทำ SEM เพราะ การทำ SEO จะมีระยะเวลาเช่นไม่เกิน 6 หรือ 7 เดือน ส่วน SEM จะต้องคอยเติมเงินตลอด เงินหมดโฆษณาก็จะหาย

การทำ SEM มีอยู่ 2 ช่องทางเช่นกันคือ
1. ทำเอง โดยความยุ่งยากจะอยู่ที่การ ตั้งค่าของโฆษณา การกำหนดค่าต่างๆ ค่อนข้างยุ่งยาก และ จะต้องคอยปรับแต่งเพื่อให้โฆษณา แสดงผลได้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เพื่อให้อัตราโฆษณาต่อคลิกถูกลง แต่ยืนยันว่าสามารถทำได้เอง หากมีเวลาในการศึกษาการปรับแต่งระบบ
2. จ้างมืออาชีพทำ ซึ่งหากเลือกวิธีนี้คุณไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่แจ้งว่าต้องการใช้ Keywords อะไรบ้างในการโฆษณา แต่ต้องกำหนดว่าจะใช้งบในการโฆษณาเท่าไร ต่อวัน เช่น 300, 400 หรือ 500 บาท เป็นต้น สำหรับในส่วนนี้ค่าใช้จ่ายจะแบ่งเป็บ 2 แบบคือ ค่าบริการรายเดือน ในส่วนของผู้ให้บริการดูแลโฆษณา(จ่ายให้ผู้ดูแล) และ ค่าโฆษณาสำหรับผู้ชมที่คลิกชมโฆษณาต่อวัน (จ่ายให้ Google)

การใช้โฆษณาในรูปแบบของ SEM ใช้ได้กับหลายจุดประสงค์เช่น การเพิ่มยอดขาย, Brand Awareness, Recieved Quality, Brand Association และ Brand Loyalty ซึ่งในตัว SEM เองมี Solution ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลายแบบ เช่น วีดีโอ, แบนเนอร์ ทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหว ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็น Search Engine เพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเราจึงเห็นการโฆษณาในรูปแบบต่างๆ มากมายตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่เรียกกันว่า Adsense รวมทั้งใน Youtube เป็นต้น

สำหรับการทำ SEO จุดประสงค์ คือการเพิ่มยอดขาย เนื่องจากต้องอาศัย Search Engine เป็นหลักในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเน้นขายอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งที่ควรทำคือ การใส่เนื้อหาที่เป็นความรู้ เพื่อสร้าง Brand Awareness และ Recieved Quality สื่อไปยังลูกค้าในอนาคตที่เข้ามาค้นหาพบข้อมูล เพราะถ้าเนื้อหาเป็นที่น่าสนใจ หรือถูกใจ โอกาสที่จะได้รับการแชร์ต่อจนเกิดเป็น Viral ก็จะสูงตามไปด้วย

 เกี่ยวกับผู้เขียน

R.POJ
สุพจน์ ทรงเผ่า (R.POJ)

เข้าสู่วงการพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่ปี 2544 หลังจากจบหลักสูตรโปรแกรมเมอร์จาก วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์

ประสบการณ์ นอกจากการเป็นโปรแกรมเมอร์, ออกแบบระบบ (Font & Back) และออกแบบฐานข้อมูลแล้ว ยังทำหน้าที่ด้านการตลาด (เน้นออนไลน์เป็นหลัก)

เคยเป็น อ. พิเศษสอนเกี่ยวกับ Digital Marketing คลาส ป. โท, การศึกษา ป. ตรี การปกครอง ป. โท การตลาด มหาวิทยาลัยรามคำแหง

Side Widget
เครื่องมือการตลาดออนไลน์ ที่อยากแนะนำ

เครื่องมือการตลาดออนไลน์ ที่อยากแนะนำ

มีเครื่องมือการตลาดออนไลน์ตัวหนึ่ง ที่อยากแนะนำ เป็นเครื่องมีที่โดดเด่นมากในเรืองของการตลาดเชิงรับ

4 เหตุผลที่ธุรกิจจำเป็นต้องมีเว็บไซต์

4 เหตุผลที่ธุรกิจจำเป็นต้องมีเว็บไซต์

การสื่อสารการตลาด เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ในปัจจุบันมีเครื่องมือให้ใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีเครื่องมือที่เป็นดีจิตอลต่างๆ

3 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจลงโฆษณา

3 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจลงโฆษณา

สิ่งสำคัญและจำเป็นที่ควรรู้และเข้าใจก่อนตัดสินใจทำโฆษณา เพราะถ้ายังไม่รู้ ก็เท่ากับการหว่านเงินทิ้ง และเสียเวลา